บทความทั้งหมด
บริหารต้นทุน

ควบคุมปริมาณต่อจาน (Portion Control) ให้ต้นทุนนิ่ง ไม่แกว่งตามคนตัก

ควบคุมปริมาณต่อจาน (Portion Control) ให้ต้นทุนนิ่ง ไม่แกว่งตามคนตัก

หลายร้านคำนวณต้นทุนต่อจานไว้อย่างดี แต่พอขายจริง ตัวเลขกลับไม่ตรง สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่ราคาวัตถุดิบขึ้น แต่เป็น ปริมาณที่ตักใส่จานไม่เท่ากัน พ่อครัวคนหนึ่งใส่หมู 80 กรัม อีกคนใส่ 110 กรัม ลูกค้าได้ของไม่เท่ากัน ร้านก็เสียต้นทุนไม่เท่ากัน การควบคุมปริมาณต่อจาน หรือ Portion Control จึงเป็นเรื่องพื้นฐานที่ช่วยทั้งต้นทุนและความพอใจของลูกค้าไปพร้อมกัน

ส่วนต่างเล็ก ๆ ต่อจาน กลายเป็นเงินก้อนต่อเดือน

ลองดูตัวอย่างเมนูข้าวกะเพราหมูสับ (ตัวเลขสมมติเพื่อประกอบความเข้าใจ) หมูสับราคากิโลกรัมละ 160 บาท หรือกรัมละ 0.16 บาท

ปริมาณหมูต่อจานต้นทุนหมูส่วนต่างจากมาตรฐาน
90 กรัม (มาตรฐาน)14.40 บาท-
110 กรัม17.60 บาท+3.20 บาท
120 กรัม19.20 บาท+4.80 บาท

ถ้าขายวันละ 80 จาน และตักเกินเฉลี่ยจานละ 3.20 บาท เท่ากับเสียเพิ่มวันละ 256 บาท หรือราว 7,680 บาทต่อเดือน จากเมนูเดียว ยังไม่รวมข้าว ไข่ดาว และเครื่องปรุงที่ก็ตักเกินได้เหมือนกัน

ขั้นที่ 1 เขียนสูตรมาตรฐานเป็นตัวเลข

คำว่า "ใส่พอประมาณ" หรือ "หนึ่งกำมือ" ใช้ไม่ได้กับการคุมต้นทุน ให้เขียนสูตรของแต่ละเมนูเป็นหน่วยที่วัดได้

  • โปรตีน เป็นกรัม เช่น หมูสับ 90 กรัม กุ้ง 5 ตัว
  • ข้าวและเส้น เป็นกรัมหรือจำนวนทัพพีที่กำหนดขนาดแล้ว
  • ซอสและน้ำปรุง เป็นมิลลิลิตรหรือช้อนตวง
  • ผักและของตกแต่ง เป็นกรัมหรือจำนวนชิ้น

ติดสูตรไว้ที่สถานีทำงาน ถ้ามีรูปจานที่จัดเสร็จแล้วประกอบด้วยจะยิ่งช่วยให้พนักงานใหม่ทำตามได้ง่าย

ขั้นที่ 2 ใช้อุปกรณ์ช่วยตวงแทนสายตา

  • ตาชั่งดิจิทัล สำหรับโปรตีนราคาสูง ใช้ตอนเตรียมของ แบ่งใส่ถุงหรือกล่องเป็นชุดต่อจานไว้ล่วงหน้า
  • ทัพพีและกระบวยขนาดคงที่ ให้ทุกคนใช้อันเดียวกัน ไม่หยิบอันไหนก็ได้
  • ขวดบีบซอสที่มีขีดบอกปริมาณ ลดการเทเกิน
  • ถ้วยตวงข้าว หรือพิมพ์ข้าว ช่วยให้ข้าวแต่ละจานเท่ากันและดูเรียบร้อย

การแบ่งเตรียมเป็นชุดต่อจาน (pre-portion) ตั้งแต่เช้าช่วยได้มาก เพราะช่วงพีคไม่มีใครมีเวลาชั่งทุกจาน

ขั้นที่ 3 ฝึกและตรวจสอบเป็นระยะ

มาตรฐานที่ไม่มีใครตรวจ ไม่นานก็หายไป ลองทำแบบนี้

  • สุ่มชั่งจานที่ทำเสร็จสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ดูว่าคลาดจากสูตรเท่าไร
  • อธิบายให้ทีมเข้าใจว่าทำไมต้องตักเท่ากัน ไม่ใช่แค่สั่งให้ทำ
  • ถ้าลูกค้าบ่นว่าน้อย ให้ทบทวนสูตรทั้งร้าน ไม่ใช่ปล่อยให้แต่ละคนเพิ่มเองตามใจ

ใช้ข้อมูลสต็อกช่วยจับจุดรั่ว

ถ้าร้านใช้ F00d สามารถผูกสูตร (recipe) ให้แต่ละเมนูได้ เมื่อขายหนึ่งจาน ระบบจะตัดสต็อกวัตถุดิบตามสูตรให้อัตโนมัติ พอถึงรอบนับสต็อก ถ้าหมูสับที่นับได้จริงน้อยกว่าที่ระบบคำนวณไว้มาก ก็เป็นสัญญาณว่าอาจมีการตักเกินหรือของเสียที่ไม่ได้บันทึก ส่วนรายงานกำไรต่อเมนูช่วยให้เห็นว่าเมนูไหนควรคุมปริมาณเข้มเป็นพิเศษ

สรุป

Portion Control ไม่ได้หมายถึงการให้ลูกค้าน้อยลง แต่คือการให้ เท่ากันทุกจาน ตามที่ร้านตั้งใจไว้ เริ่มจากเขียนสูตรเป็นตัวเลข ใช้อุปกรณ์ตวงแทนสายตา แบ่งเตรียมเป็นชุดล่วงหน้า และตรวจสอบสม่ำเสมอ ต้นทุนจะนิ่งขึ้น รสชาติคงที่ขึ้น และตัวเลขกำไรที่คำนวณไว้จะใกล้ความจริงมากขึ้น

ถ้ามีประโยชน์ แชร์ให้เพื่อนเจ้าของร้าน

LINEFacebookX

บทความที่เกี่ยวข้อง

บริหารต้นทุน

ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ซื้อกลับบ้านและเดลิเวอรี: ค่าใช้จ่ายเล็กๆ ที่กินกำไรเงียบๆ

กล่อง ถุง ช้อน ซอส และสติกเกอร์ดูเป็นเงินไม่กี่บาท แต่รวมกันทั้งเดือนอาจเป็นหลักหมื่น บทความนี้ชวนคิดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต่อออร์เดอร์ และวิธีลดโดยไม่ลดคุณภาพ

บริหารต้นทุน

คุมต้นทุนกล่อง ถุง และช้อนส้อมของเดลิเวอรี ให้ไม่กินกำไร

บรรจุภัณฑ์เป็นต้นทุนที่หลายร้านลืมคิดในราคาขาย บทความนี้พาคิดต้นทุนต่อออเดอร์จริง วิธีลดของสิ้นเปลือง และการตั้งราคาเมนูเดลิเวอรีให้เหลือกำไร

บริหารต้นทุน

วัตถุดิบขึ้นราคา: 7 วิธีรับมือโดยไม่ต้องขึ้นราคาอาหารทันที

เมื่อหมู ผัก หรือน้ำมันพืชขึ้นราคา ร้านอาหารไม่จำเป็นต้องขึ้นราคาเมนูทันทีเสมอไป บทความนี้รวมวิธีปรับสูตร ปรับการซื้อ และวิธีขึ้นราคาอย่างนุ่มนวลเมื่อจำเป็น