ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ซื้อกลับบ้านและเดลิเวอรี: ค่าใช้จ่ายเล็กๆ ที่กินกำไรเงียบๆ

หลายร้านคิดต้นทุนเมนูจากวัตถุดิบในจานอย่างละเอียด แต่พอเป็นออร์เดอร์ซื้อกลับบ้านหรือเดลิเวอรี กลับลืมนับกล่อง ถุง ช้อนส้อม ซองซอส และสติกเกอร์ปิดถุง ทีละชิ้นอาจแค่ 1–3 บาท แต่ถ้าวันหนึ่งมีออร์เดอร์กลับบ้าน 80 ออร์เดอร์ เดือนหนึ่งก็เป็นเงินก้อนใหญ่ที่หายไปโดยไม่รู้ตัว
แยกให้ชัดว่าบรรจุภัณฑ์มีอะไรบ้าง
ลองเขียนรายการทุกอย่างที่ออกจากร้านไปพร้อมอาหารหนึ่งออร์เดอร์
- ภาชนะหลัก กล่องข้าว ถ้วยน้ำแกง แก้วเครื่องดื่ม
- ฝาและตัวปิด ฝาถ้วย ฟิล์มซีล หนังยาง
- อุปกรณ์กิน ช้อนส้อม ตะเกียบ หลอด ทิชชู
- เครื่องปรุงแยก ซองน้ำปลา พริก ซอส ถ้วยน้ำจิ้ม
- ถุงและการปิดผนึก ถุงหูหิ้ว สติกเกอร์ ลวดเย็บ
- ส่วนที่มักลืม ถุงแยกน้ำแข็ง ถาดรองแก้ว ใบเมนูหรือการ์ดขอบคุณ
คำนวณต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต่อเมนู
ตัวอย่างข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวซื้อกลับ (ราคาสมมติ)
| รายการ | ราคาต่อชิ้น (บาท) |
|---|---|
| กล่องกระดาษ 1 ช่อง | 3.50 |
| ถ้วยน้ำจิ้ม + ฝา | 1.20 |
| ช้อนส้อม | 0.80 |
| ถุงหูหิ้ว | 0.70 |
| สติกเกอร์ปิดถุง | 0.30 |
| รวม | 6.50 |
ถ้าขาย 60 บาท และต้นทุนวัตถุดิบ 24 บาท เท่ากับต้นทุนรวมเป็น 30.50 บาท หรือประมาณ 51% ของราคา ไม่ใช่ 40% อย่างที่คิดจากวัตถุดิบอย่างเดียว ถ้าวันละ 80 ออร์เดอร์ ค่าบรรจุภัณฑ์อย่างเดียวคือ 520 บาทต่อวัน หรือราว 15,600 บาทต่อเดือน
วิธีลดต้นทุนโดยไม่ลดคุณภาพ
- ถามก่อนใส่ช้อนส้อม ลูกค้าที่กินที่บ้านหรือที่ออฟฟิศหลายคนไม่ต้องการ
- ลดชนิดกล่อง ให้เหลือไม่กี่ขนาดที่ใช้ร่วมกันหลายเมนู จะสั่งได้จำนวนมากขึ้นและต่อราคาได้ง่าย
- เทียบราคาจากผู้ขายอย่างน้อย 2–3 ราย ทุกไตรมาส และดูราคาต่อลังเทียบราคาปลีก
- ใส่ซองซอสตามที่เลือก ไม่แจกเป็นกำมือ
- เก็บบรรจุภัณฑ์ให้แห้งและเป็นระเบียบ กล่องที่เปียกหรือเสียรูปคือเงินที่ทิ้ง
- อย่าลดคุณภาพจนอาหารหก ความเสียหายจากการคืนเงินหรือรีวิวแย่แพงกว่าค่ากล่องที่ประหยัดได้
ตั้งราคาซื้อกลับให้สะท้อนต้นทุนจริง
บางร้านเลือกบวกค่ากล่องแยก 5 บาท บางร้านรวมไว้ในราคาออนไลน์ ทั้งสองแบบใช้ได้ ขอให้ สื่อสารชัดเจน และคำนวณ GP ของแอปเดลิเวอรีรวมเข้าไปด้วย เพราะ GP คิดจากราคาขาย ไม่ได้หักค่ากล่องให้
ติดตามการใช้บรรจุภัณฑ์เหมือนวัตถุดิบ
ถ้านับกล่องเป็นสต็อก จะรู้ทันทีเมื่อใช้เกินจำนวนออร์เดอร์ ซึ่งอาจเกิดจากการแพ็กซ้ำ ใส่เกิน หรือของหาย ใน F00d สามารถใส่กล่อง ถุง และช้อนเป็นรายการในสูตรของเมนูได้ ระบบจะตัดสต็อกอัตโนมัติเมื่อขาย มีการเตือนเมื่อใกล้หมด และพนักงานสต็อกนับคงเหลือพร้อมระบุเหตุผลได้ รายงานกำไรต่อเมนูจึงรวมค่าบรรจุภัณฑ์ไปด้วย
ตรวจทานทุกไตรมาส
ราคาบรรจุภัณฑ์เปลี่ยนได้ตามราคาวัตถุดิบพลาสติกและกระดาษ ทุก 3 เดือนลองทบทวนสั้นๆ
- ราคาซื้อล่าสุดของกล่องและถุงแต่ละแบบ เทียบกับรอบก่อน
- จำนวนที่ใช้จริงเทียบกับจำนวนออร์เดอร์ซื้อกลับ
- เมนูไหนที่ค่าบรรจุภัณฑ์สูงเกินสัดส่วน เช่น เมนูราคาถูกที่ต้องใช้ถ้วยหลายใบ
ถ้าเมนูราคา 40 บาทต้องใช้บรรจุภัณฑ์ 8 บาท อาจต้องปรับวิธีแพ็กหรือราคาขายออนไลน์
สรุป
บรรจุภัณฑ์คือต้นทุนจริงที่ต้องอยู่ในการคำนวณราคาทุกเมนูที่ขายกลับบ้าน เขียนรายการให้ครบ คิดเป็นบาทต่อออร์เดอร์ ลดส่วนที่ลูกค้าไม่ได้ใช้ และนับสต็อกเหมือนวัตถุดิบ แล้วกำไรที่เคยหายไปเงียบๆ จะกลับมาอยู่ในมือ


