บทความทั้งหมด
บริหารต้นทุน

ทบทวนต้นทุนเมนูทุกไตรมาส: ทำให้เป็นงาน 2 ชั่วโมงแทนงานทั้งสัปดาห์

ทบทวนต้นทุนเมนูทุกไตรมาส: ทำให้เป็นงาน 2 ชั่วโมงแทนงานทั้งสัปดาห์

เจ้าของร้านส่วนใหญ่คำนวณต้นทุนเมนูอย่างจริงจังครั้งเดียว คือตอนเปิดร้าน หลังจากนั้นราคาหมู ไข่ น้ำมัน ผัก และแก๊สก็ขยับไปเรื่อย ๆ แต่ราคาบนเมนูยังเท่าเดิม สองปีผ่านไปบางจานที่ขายดีที่สุดกลายเป็นจานที่แทบไม่เหลือกำไร วิธีแก้ไม่ใช่การนั่งรื้อสูตรทุกเมนูทุกเดือน แต่คือการตั้งรอบทบทวนแบบไตรมาสที่เล็กพอจะทำได้จริง

ทำไมต้องเป็นไตรมาส ไม่ใช่ทุกเดือนหรือปีละครั้ง

ทุกเดือนถี่เกินไปสำหรับร้านที่เจ้าของทำเองแทบทุกอย่าง งานจะค้างแล้วเลิกทำไปเอง ปีละครั้งก็ช้าเกินไป เพราะถ้าต้นทุนเพิ่มตั้งแต่เดือนที่สอง ร้านจะเสียกำไรไปอีกสิบเดือนกว่าจะรู้ ทุก 3 เดือนเป็นจุดที่พอดี คือเห็นแนวโน้มราคาชัดพอจะตัดสินใจ และยังไม่ปรับราคาบ่อยจนลูกค้ารู้สึก

ตั้งวันไว้ล่วงหน้าเลย เช่น วันจันทร์แรกของเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม ตุลาคม จดลงปฏิทินเหมือนนัดหมายกับลูกค้ารายใหญ่

อย่าทบทวนทุกเมนู เลือกแค่ที่มีผล

ร้านที่มี 60 เมนูไม่จำเป็นต้องคิดใหม่ทั้ง 60 เมนู เลือกเฉพาะกลุ่มนี้

  • 10 เมนูขายดีที่สุด เพราะต้นทุนที่เพี้ยนไปหนึ่งบาทในเมนูที่ขาย 300 จานต่อเดือน กระทบมากกว่าเมนูที่ขายเดือนละ 5 จาน
  • เมนูที่ใช้วัตถุดิบที่ราคาผันผวน เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผักตามฤดู ไข่
  • เมนูที่รู้สึกว่า "ขายเท่าไรก็ไม่รวย" ความรู้สึกนี้มักถูก ให้เอาตัวเลขมายืนยัน
  • เมนูใหม่ที่เพิ่งเข้าเมนูในไตรมาสก่อน เพราะตอนตั้งราคาอาจยังเดาปริมาณวัตถุดิบไม่แม่น

รวมแล้วมักได้ราว 15–20 เมนู ซึ่งทำเสร็จได้ในครึ่งวัน

ขั้นตอนที่ทำซ้ำได้ทุกไตรมาส

  1. ดึงราคาวัตถุดิบล่าสุด จากบิลซัพพลายเออร์ 2–3 ใบหลังสุดของแต่ละรายการ ใช้ราคาเฉลี่ย ไม่ใช่ราคาที่ถูกที่สุดที่เคยได้
  2. ชั่งของจริงสำหรับ 3 เมนูที่สงสัย เพราะสูตรบนกระดาษกับมือที่ตักในครัวมักไม่ตรงกัน ตรงนี้เป็นจุดที่คนพบส่วนต่างมากที่สุด
  3. อัปเดตต้นทุนต่อจานในสูตร รวมของที่มักถูกลืม เช่น น้ำมันทอด เครื่องปรุง กระเทียมเจียว ถุงและกล่องสำหรับสั่งกลับ
  4. คำนวณเปอร์เซ็นต์ต้นทุนต่อราคาขาย แล้วเทียบกับเป้าที่ร้านตั้งไว้
  5. ตัดสินใจ ว่าจะขึ้นราคา ปรับสูตร เปลี่ยนซัพพลายเออร์ หรือปล่อยไว้ก่อน
  6. จดสิ่งที่ทำ ลงไฟล์เดียวกันทุกครั้ง ไตรมาสหน้าจะเริ่มได้เร็วขึ้นมาก

ตัวอย่าง: ข้าวผัดหมู ก่อนและหลังทบทวน

ตัวเลขสมมติเพื่อให้เห็นภาพ

รายการไตรมาสก่อน (บาท)ไตรมาสนี้ (บาท)
หมูสับ 80 กรัม1418
ข้าวสวย55
ไข่ 1 ฟอง45.5
เครื่องปรุงและน้ำมัน44.5
ต้นทุนรวมต่อจาน2733
ราคาขาย6060
ต้นทุนคิดเป็น % ของราคาขาย45%55%

ถ้าเป้าของร้านคือต้นทุนไม่เกิน 40% จานนี้เกินเป้าไปแล้ว ทางเลือกคือขึ้นราคาเป็น 70–75 บาท ลดหมูลงเหลือ 70 กรัมแล้วเพิ่มผักให้จานยังดูเต็ม แยกไข่ออกเป็นรายการเสริม 10 บาท หรือหาซัพพลายเออร์หมูเจ้าใหม่ ทางที่ร้านเลือกไม่สำคัญเท่าการที่ตัดสินใจบนตัวเลข ไม่ใช่ความรู้สึก

ให้ระบบเก็บสูตรไว้แทนสมุด

งานที่กินเวลาที่สุดคือการรวบรวมว่าเมนูไหนใช้อะไรเท่าไร และเมนูไหนขายไปกี่จาน ใน F00d เมนูแต่ละรายการผูก สูตร กับวัตถุดิบในคลังไว้ได้ ระบบตัดสต๊อกอัตโนมัติเมื่อขาย และรายงาน กำไรต่อเมนู กับ เมนูขายดี ช่วยบอกว่าควรหยิบเมนูไหนขึ้นมาทบทวนก่อน เมื่ออัปเดตราคาวัตถุดิบในคลัง ต้นทุนของทุกเมนูที่ใช้ของนั้นก็ขยับตาม และส่งออก CSV ไปคิดต่อในสเปรดชีตได้ถ้าถนัดแบบนั้น

สรุป

ตั้งวันทบทวนต้นทุนไว้ 4 ครั้งต่อปี เลือกทบทวนเฉพาะเมนูขายดีและเมนูที่วัตถุดิบผันผวน ชั่งของจริงสักสามจานทุกครั้ง แล้วตัดสินใจจากเปอร์เซ็นต์ต้นทุนเทียบเป้าที่ตั้งไว้ ทำเป็นนิสัยไตรมาสละครั้ง ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่รักษากำไรได้ทั้งปี

ถ้ามีประโยชน์ แชร์ให้เพื่อนเจ้าของร้าน

LINEFacebookX

บทความที่เกี่ยวข้อง

บริหารต้นทุน

ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ซื้อกลับบ้านและเดลิเวอรี: ค่าใช้จ่ายเล็กๆ ที่กินกำไรเงียบๆ

กล่อง ถุง ช้อน ซอส และสติกเกอร์ดูเป็นเงินไม่กี่บาท แต่รวมกันทั้งเดือนอาจเป็นหลักหมื่น บทความนี้ชวนคิดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต่อออร์เดอร์ และวิธีลดโดยไม่ลดคุณภาพ

บริหารต้นทุน

คุมต้นทุนกล่อง ถุง และช้อนส้อมของเดลิเวอรี ให้ไม่กินกำไร

บรรจุภัณฑ์เป็นต้นทุนที่หลายร้านลืมคิดในราคาขาย บทความนี้พาคิดต้นทุนต่อออเดอร์จริง วิธีลดของสิ้นเปลือง และการตั้งราคาเมนูเดลิเวอรีให้เหลือกำไร

บริหารต้นทุน

วัตถุดิบขึ้นราคา: 7 วิธีรับมือโดยไม่ต้องขึ้นราคาอาหารทันที

เมื่อหมู ผัก หรือน้ำมันพืชขึ้นราคา ร้านอาหารไม่จำเป็นต้องขึ้นราคาเมนูทันทีเสมอไป บทความนี้รวมวิธีปรับสูตร ปรับการซื้อ และวิธีขึ้นราคาอย่างนุ่มนวลเมื่อจำเป็น