บทความทั้งหมด
การเงินและบัญชี

กำไรขั้นต้นกับกำไรสุทธิของร้านอาหาร: อ่านสองตัวเลขนี้ให้เป็น

กำไรขั้นต้นกับกำไรสุทธิของร้านอาหาร: อ่านสองตัวเลขนี้ให้เป็น

ประโยคที่ได้ยินบ่อยจากเจ้าของร้านคือ "เดือนนี้ขายดีมาก แต่ไม่รู้เงินหายไปไหน" สาเหตุมักเป็นเพราะร้านดูแค่ตัวเลขเดียว คือยอดขาย ซึ่งบอกแค่ว่ามีเงินเข้ามาเท่าไร ไม่ได้บอกว่าเหลือเท่าไร สองตัวเลขที่ควรดูควบคู่กันคือกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ เข้าใจแค่สองตัวนี้ก็พอตัดสินใจเรื่องสำคัญได้แล้ว

กำไรขั้นต้น: ขายแล้วเหลือเท่าไรก่อนหักค่าใช้จ่ายร้าน

กำไรขั้นต้นคือยอดขายหักด้วยต้นทุนของสิ่งที่ขายไป ซึ่งในร้านอาหารคือค่าวัตถุดิบเป็นหลัก

กำไรขั้นต้น = ยอดขาย − ต้นทุนวัตถุดิบ

ตัวเลขนี้ตอบคำถามว่า "สูตรและราคาของเราตั้งไว้ดีหรือยัง" ถ้ากำไรขั้นต้นต่ำ ปัญหาอยู่ที่ราคาขาย ปริมาณที่ตัก ราคาวัตถุดิบ หรือของเสียในครัว ไม่ใช่ที่ค่าเช่าหรือค่าไฟ

กำไรสุทธิ: เหลือเข้ากระเป๋าจริงเท่าไร

กำไรสุทธิคือกำไรขั้นต้นหักค่าใช้จ่ายอื่นทั้งหมดของการเปิดร้าน ค่าแรง ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟค่าแก๊ส ค่าธรรมเนียมแอป ค่าอุปกรณ์ ค่าซ่อม ค่าการตลาด

กำไรสุทธิ = กำไรขั้นต้น − ค่าใช้จ่ายดำเนินงานทั้งหมด

ตัวเลขนี้ตอบคำถามว่า "ร้านนี้คุ้มที่จะเปิดต่อไหม" ร้านที่กำไรขั้นต้นสวยแต่กำไรสุทธิติดลบ มักมีปัญหาที่ค่าแรงเกินจำเป็น ค่าเช่าสูงเทียบกับยอดขาย หรือยอดขายยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน

ตัวอย่างงบหนึ่งเดือนของร้านเล็ก

ตัวเลขสมมติ ร้านอาหารตามสั่ง 20 ที่นั่ง

รายการจำนวนเงิน (บาท)% ของยอดขาย
ยอดขาย420,000100%
ต้นทุนวัตถุดิบ147,00035%
กำไรขั้นต้น273,00065%
ค่าแรงพนักงาน105,00025%
ค่าเช่าและส่วนกลาง45,00010.7%
ค่าน้ำ ไฟ แก๊ส28,0006.7%
ค่าธรรมเนียมแอปและช่องทางขาย22,0005.2%
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ25,0006%
กำไรสุทธิ48,00011.4%

จากตารางนี้เห็นได้ทันทีว่ากำไรขั้นต้น 65% อยู่ในระดับที่ทำงานได้ แต่หลังหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างเหลือ 48,000 บาท ถ้าเจ้าของทำงานในร้านเต็มเวลาโดยไม่ได้คิดเงินเดือนตัวเอง ตัวเลขจริงจะน้อยกว่านี้ ซึ่งเป็นจุดที่หลายร้านหลอกตัวเอง ควรตั้งเงินเดือนของตัวเองเป็นค่าใช้จ่ายด้วย

ดูตัวไหนตอนไหน

  • รายสัปดาห์ ดูกำไรขั้นต้นคร่าว ๆ คือยอดขายเทียบกับบิลวัตถุดิบ เพราะแก้ไขทันภายในเดือน
  • รายเดือน ดูกำไรสุทธิเต็มรูปแบบ พร้อมเปอร์เซ็นต์ของแต่ละหมวดเทียบยอดขาย
  • รายไตรมาส ดูแนวโน้มว่าเปอร์เซ็นต์ค่าแรงหรือค่าวัตถุดิบไหลขึ้นอย่างเงียบ ๆ หรือไม่

สิ่งที่มีประโยชน์มากกว่าตัวเลขบาทคือ เปอร์เซ็นต์ เพราะเทียบกันได้ระหว่างเดือนที่ขายมากกับเดือนที่ขายน้อย

ให้ตัวเลขฝั่งขายมาจากที่เดียว

ครึ่งหนึ่งของงานคือเก็บยอดขายให้ถูก ใน F00d รายงานยอดขาย เมนูขายดี กำไรต่อเมนู รายงาน Z ประจำวัน และรายงานการยกเลิกบิล มาจากการขายจริงที่หน้าแคชเชียร์ ส่งออก CSV ไปรวมกับค่าใช้จ่ายในสเปรดชีตหรือส่งนักบัญชีได้ ร้านหลายสาขาบนแพ็กเกจ PREMIUM ดูยอดรวมทุกสาขาในหน้าเดียว ส่วนการจัดหมวดค่าใช้จ่ายและเรื่องภาษี ควรให้นักบัญชีของร้านเป็นคนวางให้ถูกตั้งแต่ต้น

สรุป

กำไรขั้นต้นบอกว่าสูตรและราคาดีพอไหม กำไรสุทธิบอกว่าร้านอยู่ได้ไหม ดูทั้งสองตัวเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดขาย ใส่เงินเดือนตัวเองเข้าไปในค่าใช้จ่ายด้วย แล้วเทียบเดือนต่อเดือนเพื่อดูแนวโน้ม เรื่องการทำบัญชีและภาษีให้ปรึกษานักบัญชี แต่การอ่านสองตัวเลขนี้เป็นงานของเจ้าของร้านเอง

ถ้ามีประโยชน์ แชร์ให้เพื่อนเจ้าของร้าน

LINEFacebookX

บทความที่เกี่ยวข้อง

การเงินและบัญชี

ปิดบัญชีสิ้นเดือนร้านอาหาร: เช็กลิสต์ 8 ข้อที่ทำเสร็จได้ในครึ่งวัน

สิ้นเดือนคือจังหวะที่ร้านควรหยุดดูตัวเลขจริง ยอดขาย ต้นทุน เงินสด และสต็อก บทความนี้เป็นเช็กลิสต์ปิดเดือนที่เจ้าของร้านทำเองได้ก่อนส่งให้นักบัญชี

การเงินและบัญชี

กันเงินสำรองสำหรับร้านอาหาร ควรมีเท่าไรจึงพอ

ร้านที่ปิดตัวส่วนใหญ่ไม่ได้ขาดทุนทุกเดือน แต่สะดุดตอนเงินสดขาดมือ บทความนี้พาคำนวณเงินสำรองจากค่าใช้จ่ายคงที่จริงของร้าน และวิธีเก็บให้ได้จริง

การเงินและบัญชี

VAT กับร้านอาหาร: เรื่องพื้นฐานที่เจ้าของร้านควรรู้

เมื่อร้านโตขึ้น คำถามเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มจะตามมา บทความนี้อธิบายแนวคิดพื้นฐานของ VAT ราคารวมและไม่รวม VAT และการเตรียมข้อมูลให้นักบัญชี