บทความทั้งหมด
การเงินและบัญชี

ปิดบัญชีสิ้นเดือนร้านอาหาร: เช็กลิสต์ 8 ข้อที่ทำเสร็จได้ในครึ่งวัน

ปิดบัญชีสิ้นเดือนร้านอาหาร: เช็กลิสต์ 8 ข้อที่ทำเสร็จได้ในครึ่งวัน

ร้านอาหารหลายร้านรู้ยอดขายทุกวัน แต่ไม่รู้ว่าเดือนนี้กำไรจริงเท่าไร จนนักบัญชีส่งงบมาให้หลายเดือนต่อมา ซึ่งช้าเกินกว่าจะแก้ปัญหาได้ทัน การปิดบัญชีสิ้นเดือนแบบง่ายๆ ด้วยตัวเองช่วยให้เห็นภาพจริงเร็วขึ้น และส่งเอกสารให้นักบัญชีได้ครบ บทความนี้เป็นเช็กลิสต์ 8 ข้อที่ทำได้ในครึ่งวัน

1. สรุปยอดขายทั้งเดือนแยกตามช่องทาง

รวมยอดขายแยกเป็น หน้าร้าน ซื้อกลับ เดลิเวอรีแต่ละแอป และออร์เดอร์ออนไลน์ของร้าน พร้อมแยกวิธีชำระ เงินสด บัตร โอน และ QR เพราะแต่ละช่องทางมีค่าธรรมเนียมต่างกัน

2. กระทบยอดเงินเข้าบัญชีธนาคาร

เทียบยอดโอนและ QR ในระบบขายกับรายการเงินเข้าในบัญชีธนาคาร ส่วนยอดจากแอปเดลิเวอรีให้เทียบกับรายงานการโอนเงินของแอป ซึ่งหัก GP และค่าธรรมเนียมแล้ว จดส่วนต่างที่อธิบายไม่ได้ไว้ตามหาต่อ

3. ตรวจเงินสดและกะ

รวมรายงานปิดกะทั้งเดือน ดูว่ามีวันไหนเงินขาดหรือเกินบ่อย และตรวจรายการนำเงินเข้าออกลิ้นชักว่ามีเหตุผลและหลักฐานครบ

4. ตรวจรายการยกเลิกและส่วนลด

ดูรายงานการยกเลิกรายการ (void) และส่วนลดทั้งเดือน ถ้าพบว่าสูงผิดปกติในบางวันหรือบางคน ควรคุยหาสาเหตุ อาจเป็นปัญหาการสื่อสารกับครัว หรือจุดรั่วไหล

5. ตรวจนับสต็อกปลายเดือน

นับวัตถุดิบหลักและของมูลค่าสูง แล้วคำนวณต้นทุนขายจริง

รายการจำนวน (บาท)
สต็อกต้นเดือน38,000
ซื้อเข้าระหว่างเดือน142,000
สต็อกปลายเดือน35,000
ต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้145,000

ถ้ายอดขาย 420,000 บาท ต้นทุนวัตถุดิบคิดเป็นประมาณ 34.5% ของยอดขาย เทียบกับเป้าที่ตั้งไว้ได้ทันที

6. รวบรวมเอกสารค่าใช้จ่าย

ใบเสร็จค่าวัตถุดิบ ค่าเช่า ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าแก๊ส ค่าแรง ค่าซ่อม และใบกำกับภาษีซื้อ จัดใส่แฟ้มหรือโฟลเดอร์ตามเดือน ถ่ายรูปเก็บไว้อีกชุด ใบเสร็จที่หายคือค่าใช้จ่ายที่อาจพิสูจน์ไม่ได้

7. สรุปกำไรขาดทุนแบบคร่าวๆ

ยอดขาย ลบ ต้นทุนวัตถุดิบ ลบ ค่าแรง ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค ค่าธรรมเนียมแอปและบัตร และค่าใช้จ่ายอื่น จะได้กำไรคร่าวๆ ก่อนภาษี ไม่ต้องแม่นเท่างบของนักบัญชี แต่พอให้ตัดสินใจได้

8. บันทึกบทเรียนและเป้าหมายเดือนหน้า

เขียนสั้นๆ 3 ข้อ อะไรดีขึ้น อะไรแย่ลง และเดือนหน้าจะแก้อะไร เช่น ลดของเสียผัก หรือทบทวนราคาเมนูที่กำไรต่ำ

ให้ระบบช่วยลดงานสิ้นเดือน

ถ้าตัวเลขรายวันถูกบันทึกดีอยู่แล้ว การปิดเดือนจะเร็วขึ้นมาก ใน F00d มีรายงานยอดขาย สินค้าขายดี กำไรต่อเมนู Z-report รายงาน void และส่งออก CSV ให้นักบัญชีได้ กะเงินสดมีบันทึกเงินทอนตั้งต้นและเงินเข้าออกพร้อมเหตุผล ส่วนสต็อกมีประวัติรับเข้า เบิกออก และตรวจนับ สำหรับแผน PREMIUM ยังดูรายงานรวมหลายสาขาได้

เรื่องภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม และกำหนดยื่นแบบต่างๆ ควรตรวจสอบกับนักบัญชีหรือกรมสรรพากร เพราะขึ้นกับรูปแบบธุรกิจของแต่ละร้าน

ตัวอย่างตารางเวลาปิดเดือน

  • วันที่ 1 ช่วงเช้า นับสต็อก สรุปยอดขาย และส่งออกรายงาน
  • วันที่ 1 ช่วงบ่าย กระทบยอดธนาคาร ตรวจกะเงินสดและ void
  • ภายในวันที่ 3 รวบรวมเอกสารส่งนักบัญชี

สรุป

ปิดเดือนให้เป็นนิสัย สรุปยอดขาย กระทบเงินเข้าธนาคาร ตรวจเงินสดและ void นับสต็อก รวบรวมเอกสาร และสรุปกำไรคร่าวๆ ครึ่งวันต่อเดือนแลกกับการรู้สถานะร้านจริง ก่อนปัญหาเล็กจะกลายเป็นปัญหาใหญ่

ถ้ามีประโยชน์ แชร์ให้เพื่อนเจ้าของร้าน

LINEFacebookX

บทความที่เกี่ยวข้อง

การเงินและบัญชี

กันเงินสำรองสำหรับร้านอาหาร ควรมีเท่าไรจึงพอ

ร้านที่ปิดตัวส่วนใหญ่ไม่ได้ขาดทุนทุกเดือน แต่สะดุดตอนเงินสดขาดมือ บทความนี้พาคำนวณเงินสำรองจากค่าใช้จ่ายคงที่จริงของร้าน และวิธีเก็บให้ได้จริง

การเงินและบัญชี

VAT กับร้านอาหาร: เรื่องพื้นฐานที่เจ้าของร้านควรรู้

เมื่อร้านโตขึ้น คำถามเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มจะตามมา บทความนี้อธิบายแนวคิดพื้นฐานของ VAT ราคารวมและไม่รวม VAT และการเตรียมข้อมูลให้นักบัญชี

การเงินและบัญชี

ค่าธรรมเนียมรับบัตรเครดิตและการชำระเงินแบบต่าง ๆ ร้านอาหารควรคิดอย่างไร

เงินสด โอน พร้อมเพย์ บัตรเครดิต แต่ละช่องทางมีต้นทุนต่างกัน บทความนี้พาเปรียบเทียบค่าธรรมเนียม คำนวณผลต่อกำไร และวางนโยบายรับชำระเงินให้เหมาะกับร้าน