บทความทั้งหมด
การเงินและบัญชี

ตั้งเป้ายอดขายร้านอาหารรายปี แล้วแตกเป็นรายเดือนและรายวันให้ทำได้จริง

ตั้งเป้ายอดขายร้านอาหารรายปี แล้วแตกเป็นรายเดือนและรายวันให้ทำได้จริง

ต้นปีเป็นช่วงที่เจ้าของร้านอาหารหลายคนตั้งใจว่า "ปีนี้ต้องขายให้ได้มากกว่าเดิม" แต่ถ้าเป้าหมายมีแค่ตัวเลขก้อนใหญ่ก้อนเดียว เช่น ปีนี้ขาย 3 ล้านบาท ทีมงานจะไม่รู้ว่าวันนี้ต้องทำอะไร และกว่าจะรู้ว่าไม่ถึงเป้าก็อาจสายไปแล้ว บทความนี้จะพาตั้งเป้ารายปีจากข้อมูลจริง แล้วแตกลงมาเป็นรายเดือนและรายวัน พร้อมวิธีติดตามผลแบบง่ายๆ

เริ่มจากตัวเลขปีที่แล้ว ไม่ใช่ความรู้สึก

ก่อนตั้งเป้า ให้รวบรวมข้อมูลพื้นฐานของปีที่ผ่านมา

  • ยอดขายรวมรายเดือน เพื่อดูว่าเดือนไหนขายดี เดือนไหนเงียบ
  • จำนวนบิลต่อวัน และ ยอดเฉลี่ยต่อบิล
  • วันที่เปิดร้านจริง ในแต่ละเดือน (หักวันหยุดประจำและวันปิดซ่อม)
  • เหตุการณ์พิเศษ เช่น ปิดร้านช่วงน้ำท่วม หรือมีงานเทศกาลแถวร้าน

ถ้าร้านเพิ่งเปิดไม่ถึงปี ให้ใช้ค่าเฉลี่ยของเดือนที่มีข้อมูล แล้วปรับตามฤดูกาลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ตั้งเป้ารายปีจากสิ่งที่จะเปลี่ยน

เป้าที่ดีควรตอบได้ว่า "จะโตขึ้นจากอะไร" เช่น

  • เพิ่มยอดต่อบิลด้วยเมนูเซ็ตหรือเครื่องดื่ม
  • เพิ่มจำนวนบิลด้วยเดลิเวอรีหรือขยายเวลาเปิด
  • ขึ้นราคาบางเมนูที่ต้นทุนสูงขึ้น

ถ้าไม่มีแผนเปลี่ยนอะไรเลย การตั้งเป้าโต 30% ก็เป็นแค่ความหวัง ร้านส่วนใหญ่เริ่มจากเป้าที่โตกว่าปีที่แล้วเล็กน้อยแต่มีเหตุผลรองรับ จะทำได้จริงกว่า

แตกเป็นรายเดือนตามสัดส่วนฤดูกาล

อย่าหารเป้ารายปีด้วย 12 ตรงๆ เพราะแต่ละเดือนขายไม่เท่ากัน ให้ใช้สัดส่วนยอดขายของปีที่แล้ว

ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ) ปีที่แล้วขาย 2,400,000 บาท ปีนี้ตั้งเป้า 2,640,000 บาท (โต 10%)

เดือนยอดปีที่แล้วสัดส่วนเป้าปีนี้
ม.ค.180,0007.5%198,000
เม.ย.240,00010%264,000
ก.ย.168,0007%184,800
ธ.ค.264,00011%290,400

วิธีนี้ทำให้เดือนที่ปกติเงียบไม่ถูกกดดันเกินจริง และเดือนขายดีก็ถูกตั้งเป้าให้เต็มศักยภาพ

จากรายเดือนลงไปเป็นรายวัน

นำเป้ารายเดือนหารด้วยวันที่เปิดจริง แต่ควรถ่วงน้ำหนักวันธรรมดากับวันหยุด เช่น เดือนมกราคมเป้า 198,000 บาท เปิด 26 วัน เป็นวันธรรมดา 18 วัน วันหยุด 8 วัน และวันหยุดขายได้ประมาณ 1.5 เท่าของวันธรรมดา

  • น้ำหนักรวม = 18 + (8 × 1.5) = 30 หน่วย
  • เป้าวันธรรมดา = 198,000 ÷ 30 ≈ 6,600 บาท
  • เป้าวันหยุด = 6,600 × 1.5 ≈ 9,900 บาท

จากนั้นแปลงเป็นภาษาที่พนักงานเข้าใจ เช่น ยอดเฉลี่ยต่อบิล 330 บาท วันธรรมดาต้องได้ประมาณ 20 บิล ตัวเลขแบบนี้ทีมหน้าร้านจับต้องได้มากกว่ายอดขายรายปี

ติดตามผลทุกสัปดาห์ แล้วปรับแผน

  • ทุกวัน ปิดร้านแล้วดูยอดเทียบเป้า ไม่ต้องวิเคราะห์ลึก แค่รู้ว่าขาดหรือเกิน
  • ทุกสัปดาห์ ดูยอดสะสมเทียบเป้าสะสม ถ้าขาดเกิน 10% ให้หาสาเหตุ เช่น บิลน้อยลงหรือยอดต่อบิลลด
  • ทุกเดือน ทบทวนเมนูขายดี-ขายไม่ดี และกำไรต่อเมนู ไม่ใช่ดูแค่ยอดขาย

ถ้าเดือนไหนขาดเป้า อย่าเพิ่งโยนยอดที่ขาดไปเพิ่มให้เดือนถัดไปทั้งหมด ให้กระจายไปหลายเดือนที่เหลือ และทบทวนว่าเป้ารายปียังสมเหตุสมผลหรือไม่

ใช้รายงานจากระบบแทนการจดมือ

ถ้าใช้ F00d ข้อมูลยอดขายจะถูกเก็บจากทุกบิลอัตโนมัติ ดูรายงานยอดขาย เมนูขายดี และกำไรต่อเมนูได้ในหน้าเดียว ปิดวันด้วย Z-report และส่งออก CSV ไปทำตารางเป้าใน Excel หรือ Google Sheets ได้ทันที ไม่ต้องนั่งรวมบิลเอง

สรุป

ตั้งเป้ายอดขายรายปีจากตัวเลขจริงของปีที่แล้ว บวกกับสิ่งที่จะเปลี่ยนในปีนี้ แตกเป็นรายเดือนตามสัดส่วนฤดูกาล แล้วลงไปเป็นรายวันที่ถ่วงน้ำหนักวันธรรมดากับวันหยุด แปลงเป็นจำนวนบิลให้ทีมเข้าใจ และติดตามผลทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน เป้าที่ติดตามสม่ำเสมอจะช่วยให้ร้านปรับตัวได้ทันก่อนสิ้นปี

ถ้ามีประโยชน์ แชร์ให้เพื่อนเจ้าของร้าน

LINEFacebookX

บทความที่เกี่ยวข้อง

การเงินและบัญชี

ปิดบัญชีสิ้นเดือนร้านอาหาร: เช็กลิสต์ 8 ข้อที่ทำเสร็จได้ในครึ่งวัน

สิ้นเดือนคือจังหวะที่ร้านควรหยุดดูตัวเลขจริง ยอดขาย ต้นทุน เงินสด และสต็อก บทความนี้เป็นเช็กลิสต์ปิดเดือนที่เจ้าของร้านทำเองได้ก่อนส่งให้นักบัญชี

การเงินและบัญชี

กันเงินสำรองสำหรับร้านอาหาร ควรมีเท่าไรจึงพอ

ร้านที่ปิดตัวส่วนใหญ่ไม่ได้ขาดทุนทุกเดือน แต่สะดุดตอนเงินสดขาดมือ บทความนี้พาคำนวณเงินสำรองจากค่าใช้จ่ายคงที่จริงของร้าน และวิธีเก็บให้ได้จริง

การเงินและบัญชี

VAT กับร้านอาหาร: เรื่องพื้นฐานที่เจ้าของร้านควรรู้

เมื่อร้านโตขึ้น คำถามเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มจะตามมา บทความนี้อธิบายแนวคิดพื้นฐานของ VAT ราคารวมและไม่รวม VAT และการเตรียมข้อมูลให้นักบัญชี