บทความทั้งหมด
เริ่มต้นเปิดร้าน

หุ้นส่วนร้านอาหาร: แบ่งหน้าที่ แบ่งกำไร และทางออกเมื่อเลิกหุ้น

หุ้นส่วนร้านอาหาร: แบ่งหน้าที่ แบ่งกำไร และทางออกเมื่อเลิกหุ้น

เวลาคนสองสามคนชวนกันเปิดร้านอาหาร บรรยากาศช่วงแรกมักดีมาก ทุกคนตื่นเต้น ช่วยกันทุกอย่าง ไม่มีใครเกี่ยงงาน ปัญหามักโผล่ตอนเดือนที่สี่ถึงหก เมื่อคนหนึ่งมาร้านทุกวันแต่อีกคนมาเฉพาะวันเสาร์ หรือเมื่อเงินในลิ้นชักไม่ตรงกับที่คิด บทความนี้รวมประเด็นที่ควรตกลงกันให้จบก่อนเปิดร้าน

แยกให้ออกระหว่าง "เงินลงทุน" กับ "แรงงาน"

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือเอาสองอย่างนี้มารวมกัน คนที่ลงเงิน 500,000 บาทแต่ไม่มาร้าน กับคนที่ลงเงิน 100,000 บาทแต่ยืนหน้าเตาทุกวัน ถ้าแบ่งกำไรตามสัดส่วนเงินอย่างเดียวจะเกิดความรู้สึกไม่เป็นธรรมแน่นอน

วิธีที่ชัดกว่าคือแยกเป็นสองชั้น

  • ชั้นแรก: ค่าแรง ใครทำงานในร้าน รับเงินเดือนตามหน้าที่เหมือนพนักงานคนหนึ่ง คิดเป็นต้นทุนของร้าน
  • ชั้นที่สอง: กำไรที่เหลือ แบ่งตามสัดส่วนเงินลงทุน

ตัวอย่างเดือนหนึ่ง (ตัวเลขสมมติ)

รายการจำนวน (บาท)
ยอดขาย450,000
ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายร้าน330,000
เงินเดือนหุ้นส่วน ก (ผู้จัดการร้าน)30,000
เงินเดือนหุ้นส่วน ข (ครัว)25,000
กำไรที่เหลือแบ่งตามหุ้น65,000

ถ้า ก ถือหุ้น 30% และ ข ถือ 70% ก็แบ่ง 19,500 กับ 45,500 บาท ระบบนี้ทำให้คนที่ทำงานได้ค่าตอบแทนจากงาน และคนที่ลงเงินได้ผลตอบแทนจากเงิน ไม่ปนกัน

เขียนหน้าที่ลงกระดาษ ไม่ใช่ตกลงปากเปล่า

หุ้นส่วนควรมีเจ้าภาพชัดเจนในแต่ละด้าน และให้คนเดียวเป็นผู้ตัดสินใจสุดท้ายในเรื่องนั้น

  • ครัวและสูตรอาหาร: ใครกำหนดสูตร ใครอนุมัติเมนูใหม่
  • จัดซื้อ: ใครสั่งของ ใครต่อราคา วงเงินเท่าไรที่สั่งได้เองโดยไม่ต้องถาม
  • การเงิน: ใครนับเงินปิดกะ ใครจ่ายบิล ใครดูรายงานรายเดือน
  • คน: ใครจ้าง ใครจัดตาราง ใครคุยเมื่อมีปัญหา
  • การตลาด: ใครดูเพจ ใครตั้งโปรโมชัน

ที่สำคัญคือกำหนดวงเงินที่ต้องขอความเห็นชอบร่วมกัน เช่น รายจ่ายเกิน 20,000 บาทต้องตกลงกันทั้งสองฝ่าย

กติกาเรื่องเงินต้องเข้มที่สุด

เรื่องที่ทำให้หุ้นส่วนแตกหักมากที่สุดคือเงินที่หายไปโดยไม่มีใครอธิบายได้

  • ห้ามหยิบเงินจากลิ้นชัก ไม่ว่าจะเป็นหุ้นส่วนหรือพนักงาน ถ้าต้องใช้ให้เบิกและมีใบบันทึก
  • นับเงินปิดกะทุกวัน และเก็บบันทึกไว้เทียบย้อนหลังได้
  • แยกบัญชีร้านกับบัญชีส่วนตัว ให้ชัดเจน
  • กินข้าวที่ร้านต้องบันทึก ไม่คิดเงินได้ แต่ต้องรู้ว่าวัตถุดิบหายไปเท่าไร

จุดนี้ระบบช่วยได้มาก F00d มีการปิดกะเงินสดเพื่อเทียบเงินในลิ้นชักกับยอดขาย มีการยกเลิกรายการที่ต้องระบุเหตุผลพร้อมรายงานการยกเลิกให้ตรวจย้อนหลัง มีปุ่มอาหารพนักงานที่ไม่คิดเงินแต่ยังตัดสต๊อกให้ และกำหนดสิทธิ์พนักงานแยกตามหน้าที่ได้ ทำให้หุ้นส่วนทุกคนเห็นตัวเลขชุดเดียวกันจากรายงานยอดขายและรายงาน Z แทนการเชื่อคำบอกเล่า

เตรียมทางออกไว้ตอนที่ยังรักกันดี

ไม่มีใครอยากคุยเรื่องเลิกหุ้นในวันเปิดร้าน แต่นั่นคือวันที่คุยได้ง่ายที่สุด ควรตกลงล่วงหน้าว่า ถ้าฝ่ายหนึ่งอยากออก จะประเมินมูลค่าร้านอย่างไร อีกฝ่ายมีสิทธิ์ซื้อก่อนหรือไม่ ผ่อนจ่ายได้กี่งวด ใครได้สิทธิ์ใช้ชื่อร้านและสูตรอาหาร และถ้าร้านขาดทุนต้องเติมเงินจะเติมตามสัดส่วนหรือไม่

สำหรับรูปแบบทางกฎหมาย เช่น จะจดเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ข้อผูกพันของแต่ละแบบ และภาระภาษี ควรปรึกษานักบัญชีหรือทนายความ และตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ เพราะรายละเอียดมีผลระยะยาวและต่างกันตามกรณี

สรุป

หุ้นส่วนร้านอาหารที่อยู่กันได้นานมักไม่ใช่คนที่สนิทที่สุด แต่เป็นคนที่ตกลงกันชัดที่สุด แยกค่าแรงออกจากกำไร เขียนหน้าที่และวงเงินอนุมัติลงกระดาษ ตั้งกติกาเรื่องเงินให้เข้มและใช้ระบบช่วยให้ทุกคนเห็นตัวเลขชุดเดียวกัน แล้วเตรียมทางออกไว้ตั้งแต่วันแรก เอกสารที่ดูเหมือนไม่จำเป็นในวันนี้ คือสิ่งที่รักษาทั้งร้านและมิตรภาพในวันที่มีปัญหา

ถ้ามีประโยชน์ แชร์ให้เพื่อนเจ้าของร้าน

LINEFacebookX

บทความที่เกี่ยวข้อง

เริ่มต้นเปิดร้าน

ทำเมนูฮาลาลและเจ/มังสวิรัติ ต้องระวังอะไรบ้าง

การเพิ่มเมนูฮาลาลหรือเจไม่ใช่แค่เอาเนื้อออก แต่เป็นเรื่องของวัตถุดิบ อุปกรณ์ และการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา บทความนี้รวมจุดที่ร้านมักพลาด

เริ่มต้นเปิดร้าน

เปิดร้านอาหารต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง? ชุดเริ่มต้นตามขนาดร้าน ไม่ต้องลงทุนเกินจำเป็น

สรุปอุปกรณ์ที่ร้านอาหารแต่ละแบบต้องใช้ อะไรจำเป็นตั้งแต่วันแรก อะไรซื้อทีหลังได้ พร้อมตัวอย่างชุดอุปกรณ์ตามขนาดร้าน

เริ่มต้นเปิดร้าน

ร้านเล็กควรเน้นนั่งกินที่ร้าน ซื้อกลับบ้าน หรือเดลิเวอรี? วิธีเลือกให้เหมาะกับร้าน

ร้านเล็กที่มีคนและพื้นที่จำกัดไม่จำเป็นต้องทำทุกช่องทางพร้อมกัน บทความนี้เปรียบเทียบข้อดีข้อจำกัดของแต่ละช่องทาง และวิธีใช้ข้อมูลตัดสินใจว่าจะเน้นทางไหน