บทความทั้งหมด
บริหารต้นทุน

คุมต้นทุนค่าแรงร้านอาหารโดยไม่ลดคุณภาพบริการ

คุมต้นทุนค่าแรงร้านอาหารโดยไม่ลดคุณภาพบริการ

ค่าแรงเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ของร้านอาหาร และมักเป็นสิ่งแรกที่เจ้าของร้านคิดจะตัดเมื่อกำไรลดลง แต่การลดคนแบบไม่มีแผนมักจบด้วยอาหารออกช้า ลูกค้ารอนาน และพนักงานที่เหลือหมดแรงจนลาออก บทความนี้เสนอแนวทางคุมค่าแรงด้วยการ จัดคนให้ตรงกับงาน แทนการลดคนอย่างเดียว

เริ่มจากรู้สัดส่วนค่าแรงของร้าน

คำนวณง่าย ๆ ด้วยสูตร ค่าแรงรวมทั้งเดือน (รวมโอที สวัสดิการ และค่าอาหารพนักงาน) หารด้วยยอดขายทั้งเดือน

ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ) ค่าแรงรวม 84,000 บาท ยอดขาย 300,000 บาท สัดส่วนค่าแรงเท่ากับ 28%

ตัวเลขที่เหมาะสมต่างกันตามประเภทร้าน ร้านบริการเต็มรูปแบบย่อมใช้คนมากกว่าร้านขายหน้าเคาน์เตอร์ สิ่งสำคัญกว่าการเทียบกับร้านอื่นคือ ติดตามตัวเลขของร้านเองทุกเดือน ว่าแนวโน้มขึ้นหรือลง

จัดตารางงานตามช่วงขายจริง

ปัญหาที่พบบ่อยคือจัดคนเท่ากันทั้งวัน ช่วงบ่ายว่างมีพนักงานยืนรอ ช่วงเย็นกลับไม่พอ ลองดูยอดขายรายชั่วโมงย้อนหลังแล้วจัดกะให้ตรง

ช่วงเวลายอดขายเฉลี่ย/ชม.พนักงานเดิมพนักงานปรับใหม่
10:00-11:001,50053
11:00-13:308,00056
14:00-17:001,20052
17:00-20:309,00056

แนวทางคือใช้ กะแยก หรือกะสั้นสำหรับช่วงพีค และให้ช่วงว่างเป็นเวลาเตรียมของหรือทำความสะอาด โดยต้องจัดให้สอดคล้องกับกฎหมายแรงงานเรื่องชั่วโมงทำงานและเวลาพัก ควรตรวจสอบกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้เชี่ยวชาญ

ฝึกพนักงานให้ทำได้หลายหน้าที่

เมื่อพนักงานหนึ่งคนทำได้ทั้งรับออร์เดอร์ เสิร์ฟ และช่วยบาร์น้ำ ร้านจะยืดหยุ่นขึ้นมาก วันที่มีคนลาก็ไม่สะดุด การฝึกข้ามหน้าที่ยังช่วยให้พนักงานเข้าใจงานกันและกัน ลดการโทษกันระหว่างครัวกับหน้าร้าน ควรมีคู่มือสั้น ๆ ของแต่ละตำแหน่ง และจับคู่พนักงานใหม่กับพนักงานเก่าในสัปดาห์แรก

ลดงานที่ไม่สร้างคุณค่าให้ลูกค้า

ลองสังเกตว่าพนักงานใช้เวลากับอะไรบ้าง งานที่มักกินเวลาโดยไม่จำเป็น เช่น

  • เดินไปรับออร์เดอร์แล้วเดินกลับไปบอกครัว
  • ครัวตะโกนเรียกให้มารับอาหาร
  • ทวนบิลและคิดเงินด้วยมือ
  • นับเงินปิดร้านที่ไม่ตรงแล้วต้องไล่หาย้อนหลัง

ให้ระบบช่วยงานซ้ำซ้อน

F00d ช่วยลดงานเหล่านี้ได้ ลูกค้าสั่งเองผ่าน QR ที่โต๊ะโดยสลับหน้าจอภาษาไทยหรืออังกฤษได้ ออร์เดอร์ไปขึ้นจอครัวทันที เมื่ออาหารพร้อม จอเสิร์ฟจะแจ้งพนักงาน ส่วนแคชเชียร์รับชำระได้หลายช่องทางและแยกบิลได้ ยังกำหนดบทบาทพนักงานให้แต่ละคนเห็นเฉพาะส่วนที่ต้องใช้ พนักงานจึงมีเวลาดูแลลูกค้ามากขึ้นแทนการเดินส่งกระดาษ

ดูแลคนเก่งไว้ ถูกกว่าหาคนใหม่

การลาออกบ่อยมีต้นทุนแฝง ทั้งเวลาฝึกคนใหม่ ความผิดพลาดช่วงแรก และภาระของทีมที่เหลือ ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม ตารางงานที่คาดการณ์ได้ และคำชมเมื่อทำดี มักคุ้มค่ากว่าการประหยัดค่าแรงไม่กี่พันบาทแล้วต้องหาคนใหม่ทุกเดือน

สรุป

การคุมค่าแรงที่ดีคือ มีคนพอดีกับงานในแต่ละช่วงเวลา รู้สัดส่วนค่าแรงของร้าน จัดกะตามยอดขายรายชั่วโมง ฝึกพนักงานหลายหน้าที่ และใช้ระบบลดงานเดินส่งเอกสาร เมื่อทำครบ ต้นทุนจะลดลงโดยที่ลูกค้ายังได้รับบริการดีเหมือนเดิม หรือดีกว่าเดิม

ถ้ามีประโยชน์ แชร์ให้เพื่อนเจ้าของร้าน

LINEFacebookX

บทความที่เกี่ยวข้อง

บริหารต้นทุน

ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ซื้อกลับบ้านและเดลิเวอรี: ค่าใช้จ่ายเล็กๆ ที่กินกำไรเงียบๆ

กล่อง ถุง ช้อน ซอส และสติกเกอร์ดูเป็นเงินไม่กี่บาท แต่รวมกันทั้งเดือนอาจเป็นหลักหมื่น บทความนี้ชวนคิดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต่อออร์เดอร์ และวิธีลดโดยไม่ลดคุณภาพ

บริหารต้นทุน

คุมต้นทุนกล่อง ถุง และช้อนส้อมของเดลิเวอรี ให้ไม่กินกำไร

บรรจุภัณฑ์เป็นต้นทุนที่หลายร้านลืมคิดในราคาขาย บทความนี้พาคิดต้นทุนต่อออเดอร์จริง วิธีลดของสิ้นเปลือง และการตั้งราคาเมนูเดลิเวอรีให้เหลือกำไร

บริหารต้นทุน

วัตถุดิบขึ้นราคา: 7 วิธีรับมือโดยไม่ต้องขึ้นราคาอาหารทันที

เมื่อหมู ผัก หรือน้ำมันพืชขึ้นราคา ร้านอาหารไม่จำเป็นต้องขึ้นราคาเมนูทันทีเสมอไป บทความนี้รวมวิธีปรับสูตร ปรับการซื้อ และวิธีขึ้นราคาอย่างนุ่มนวลเมื่อจำเป็น