บทความทั้งหมด
บริหารต้นทุน

เปิดร้านบุฟเฟ่ต์หรือหมูกระทะ คิดราคาต่อหัวอย่างไรไม่ให้ขาดทุน

เปิดร้านบุฟเฟ่ต์หรือหมูกระทะ คิดราคาต่อหัวอย่างไรไม่ให้ขาดทุน

ร้านบุฟเฟ่ต์และหมูกระทะดูเหมือนธุรกิจที่ขายง่าย ลูกค้าจ่ายราคาเดียวแล้วกินได้ไม่อั้น แต่ในมุมของเจ้าของร้าน นี่คือธุรกิจที่ต้องคำนวณละเอียดที่สุดประเภทหนึ่ง เพราะรายได้ต่อหัวคงที่ ขณะที่ต้นทุนต่อหัวขึ้นอยู่กับว่าลูกค้ากินมากน้อยแค่ไหน

ทำไมบุฟเฟ่ต์คิดราคายากกว่าร้านทั่วไป

ร้านอาหารตามสั่งรู้ต้นทุนต่อจานชัดเจน แต่บุฟเฟ่ต์ต้องใช้ ค่าเฉลี่ย ลูกค้าบางกลุ่มกินน้อย บางกลุ่มกินมาก ราคาจึงต้องครอบคลุมค่าเฉลี่ยของทั้งหมด ไม่ใช่กรณีที่ดีที่สุดหรือแย่ที่สุด

ปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนต่อหัวแกว่ง

  • สัดส่วนเนื้อสัตว์ราคาสูง เช่น เนื้อวัว อาหารทะเล
  • ระยะเวลาที่ลูกค้านั่ง
  • ของที่ลูกค้าตักแล้วเหลือทิ้ง
  • ช่วงเวลา เช่น วันหยุดที่มีกลุ่มวัยรุ่นมาก

ขั้นที่ 1: หาต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยต่อหัว

วิธีที่แม่นที่สุดคือเก็บข้อมูลจริง ในช่วงแรกให้บันทึกว่าวัตถุดิบที่ใช้ไปทั้งวันมีมูลค่าเท่าไร แล้วหารด้วยจำนวนลูกค้า

ต้นทุนวัตถุดิบต่อหัว = มูลค่าวัตถุดิบที่ใช้ทั้งวัน ÷ จำนวนลูกค้าทั้งวัน

ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ): วันหนึ่งใช้วัตถุดิบรวม 18,000 บาท มีลูกค้า 150 คน ต้นทุนต่อหัว = 120 บาท ควรเก็บข้อมูลหลายวัน ทั้งวันธรรมดาและวันหยุด แล้วดูค่าเฉลี่ย

ขั้นที่ 2: เพิ่มค่าใช้จ่ายอื่นและกำไร

ต้นทุนวัตถุดิบเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ยังมีค่าเช่า ค่าแรง ค่าแก๊สหรือถ่าน ค่าน้ำไฟ และค่าล้างอุปกรณ์ ซึ่งร้านหมูกระทะมีต้นทุนส่วนนี้สูงกว่าร้านทั่วไป

รายการต่อหัว (ตัวอย่าง)บาท
วัตถุดิบเฉลี่ย120
แก๊ส/ถ่าน น้ำแข็ง น้ำจิ้ม20
ค่าแรง ค่าเช่า น้ำไฟ (เฉลี่ยต่อหัว)70
ต้นทุนรวมต่อหัว210
กำไรที่ต้องการ49
ราคาขาย259

ค่าใช้จ่ายคงที่เฉลี่ยต่อหัวขึ้นอยู่กับจำนวนลูกค้า ถ้าลูกค้าน้อยกว่าคาด ส่วนนี้จะสูงขึ้นทันที จึงควรคิดจากจำนวนลูกค้าที่คาดการณ์อย่างระมัดระวัง

ขั้นที่ 3: ตั้งราคาเด็กและแพ็กเกจหลายระดับ

  • ราคาเด็ก นิยมคิดตามส่วนสูงหรืออายุ และตั้งราคาต่ำกว่าผู้ใหญ่ ควรเขียนเงื่อนไขให้ชัดตั้งแต่หน้าร้าน
  • แพ็กเกจหลายระดับ เช่น แพ็กเกจหมูอย่างเดียว กับแพ็กเกจรวมเนื้อและทะเล ช่วยให้ลูกค้าเลือกได้ และร้านคุมต้นทุนของแพงได้ดีขึ้น
  • เครื่องดื่มแยกขาย เป็นแหล่งกำไรเสริมที่สำคัญ

ขั้นที่ 4: จำกัดเวลาและกติกาของเหลือ

การจำกัดเวลา เช่น 90 หรือ 120 นาที ช่วยให้หมุนโต๊ะได้และคุมปริมาณที่ลูกค้ากิน ส่วนกติกาปรับของเหลือช่วยลดการตักทิ้ง แต่ควรสื่อสารอย่างสุภาพและบังคับใช้อย่างสม่ำเสมอ

สำหรับร้านที่ให้ลูกค้าสั่งผ่านระบบ การให้ลูกค้าสั่งเป็นรอบ ๆ ทีละน้อย มักลดของเหลือได้ดีกว่าการตักเองเต็มจาน

ให้ระบบช่วยจัดการบุฟเฟ่ต์

ใน F00d สามารถสร้างแพ็กเกจบุฟเฟ่ต์ได้หลายแบบ กำหนดราคาผู้ใหญ่และเด็ก ตั้งเวลาจำกัด เลือกได้ว่าเป็นแบบตักเองหรือสั่งผ่านระบบ และมีนับถอยหลังเวลาให้เห็น เมื่อลูกค้าสั่งรายการในแพ็กเกจผ่าน QR ที่โต๊ะ ออร์เดอร์จะไปที่จอครัว ส่วนรายงานกำไรรวมรายได้จากบุฟเฟ่ต์ด้วย ทำให้เห็นภาพกำไรจริงของร้าน

สรุป

การคิดราคาบุฟเฟ่ต์ต่อหัวต้องเริ่มจากข้อมูลต้นทุนเฉลี่ยจริง รวมค่าใช้จ่ายคงที่ แล้วบวกกำไรที่ต้องการ ใช้ราคาเด็ก แพ็กเกจหลายระดับ และการจำกัดเวลาเป็นเครื่องมือคุมต้นทุน และทบทวนตัวเลขเป็นประจำเมื่อราคาวัตถุดิบเปลี่ยน

ถ้ามีประโยชน์ แชร์ให้เพื่อนเจ้าของร้าน

LINEFacebookX

บทความที่เกี่ยวข้อง

บริหารต้นทุน

ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ซื้อกลับบ้านและเดลิเวอรี: ค่าใช้จ่ายเล็กๆ ที่กินกำไรเงียบๆ

กล่อง ถุง ช้อน ซอส และสติกเกอร์ดูเป็นเงินไม่กี่บาท แต่รวมกันทั้งเดือนอาจเป็นหลักหมื่น บทความนี้ชวนคิดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต่อออร์เดอร์ และวิธีลดโดยไม่ลดคุณภาพ

บริหารต้นทุน

คุมต้นทุนกล่อง ถุง และช้อนส้อมของเดลิเวอรี ให้ไม่กินกำไร

บรรจุภัณฑ์เป็นต้นทุนที่หลายร้านลืมคิดในราคาขาย บทความนี้พาคิดต้นทุนต่อออเดอร์จริง วิธีลดของสิ้นเปลือง และการตั้งราคาเมนูเดลิเวอรีให้เหลือกำไร

บริหารต้นทุน

วัตถุดิบขึ้นราคา: 7 วิธีรับมือโดยไม่ต้องขึ้นราคาอาหารทันที

เมื่อหมู ผัก หรือน้ำมันพืชขึ้นราคา ร้านอาหารไม่จำเป็นต้องขึ้นราคาเมนูทันทีเสมอไป บทความนี้รวมวิธีปรับสูตร ปรับการซื้อ และวิธีขึ้นราคาอย่างนุ่มนวลเมื่อจำเป็น