ตกแต่งร้านด้วยงบจำกัด จัดลำดับว่าอะไรต้องทำก่อน

คนเปิดร้านอาหารครั้งแรกมักใช้งบตกแต่งหมดเร็วกว่าที่วางไว้ และสิ่งที่หมดงบไปมักเป็นของที่ลูกค้าไม่เคยสังเกต เช่น ผนังปูนเปลือยที่ต้องจ้างช่างขัดใหม่ หรือโคมไฟดีไซน์ที่แขวนสูงจนไม่มีใครเห็น ในขณะที่เรื่องที่กระทบการขายตรง ๆ อย่างแสงบนโต๊ะ ทางเดินของพนักงาน หรือระบบระบายอากาศในครัว กลับถูกเลื่อนไปทำรอบหน้า
วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือเรียงงานตกแต่งเป็นชั้น แล้วไล่จากชั้นล่างขึ้นไป ถ้างบหมดกลางทางก็ยังเปิดร้านได้จริง
ชั้นที่หนึ่ง งานที่ถ้าไม่ทำแล้วเปิดไม่ได้
งานกลุ่มนี้อยู่หลังผนัง ราคาแพง และแก้ทีหลังแพงกว่าเดิมหลายเท่า
- ระบบไฟฟ้าที่รองรับกำลังของเตา ตู้แช่ และเครื่องปรับอากาศพร้อมกัน
- ระบบน้ำดีและน้ำทิ้ง บ่อดักไขมัน
- ระบบระบายควันและอากาศในครัว
- พื้นครัวที่กันน้ำและไม่ลื่น
- ถังดับเพลิงและทางหนีไฟ
เรื่องการขออนุญาต การตรวจสุขาภิบาล ข้อกำหนดเรื่องบ่อดักไขมันหรือระยะปล่องควัน แตกต่างกันตามพื้นที่และประเภทอาคาร ควรสอบถามสำนักงานเขตหรือเทศบาลในพื้นที่ก่อนเริ่มทุบผนัง เพราะการแก้งานที่สร้างไปแล้วให้ผ่านการตรวจมีต้นทุนสูงกว่าการถามก่อนมาก และถ้าเช่าพื้นที่ ควรให้ผู้รู้ด้านสัญญาช่วยดูข้อตกลงเรื่องการต่อเติมและการคืนสภาพด้วย
ชั้นที่สอง งานที่ทำให้ขายได้เร็วขึ้น
- แสง แสงบนโต๊ะอาหารสำคัญกว่าโคมสวย ให้อาหารดูน่ากิน อ่านเมนูได้ และหน้าลูกค้าไม่เขียว
- เส้นทางเดิน จากครัวถึงโต๊ะไกลสุดควรไม่ต้องอ้อม ทางกว้างพอให้ถือถาดสวนกันได้
- จุดแคชเชียร์ วางตรงที่เห็นประตูและเห็นโต๊ะได้ มีปลั๊ก มีที่วางแท็บเล็ตและลิ้นชักเงิน
- ที่นั่ง เก้าอี้ที่นั่งสบายพอดีสำหรับเวลาที่เราอยากให้ลูกค้าอยู่ ร้านที่ต้องการรอบเร็วไม่ควรใช้โซฟา
- ป้ายหน้าร้าน มองเห็นจากระยะไกลและมีไฟตอนค่ำ
ชั้นที่สาม งานที่ทำให้คนถ่ายรูปและจำร้านได้
ค่อยมาถึงสีผนัง ของแขวน ต้นไม้ มุมถ่ายรูป และของตกแต่งตามคอนเซปต์ กลุ่มนี้ทำทีหลังได้ ทำเพิ่มทีละชิ้นได้ และเป็นที่ที่ควรประหยัดที่สุด เพราะของมือสอง ของทำเอง หรือของจากตลาดนัดให้ผลไม่ต่างจากของสั่งทำ ถ้าเลือกให้เข้ากันทั้งร้าน
ตัวอย่างการแบ่งงบสองแสนบาท
สมมติร้านห้องแถวขนาดยี่สิบสี่ที่นั่ง งบตกแต่งรวมสองแสนบาท
| รายการ | งบ |
|---|---|
| งานไฟฟ้า น้ำ บ่อดักไขมัน | 55,000 บาท |
| ระบายควันครัวและพัดลมดูดอากาศ | 30,000 บาท |
| พื้นและผนังครัว | 25,000 บาท |
| โต๊ะเก้าอี้ 24 ที่นั่ง มือสองสภาพดี | 28,000 บาท |
| ไฟส่องโต๊ะและไฟทั่วร้าน | 15,000 บาท |
| เคาน์เตอร์แคชเชียร์และเดินสายปลั๊ก | 12,000 บาท |
| ป้ายหน้าร้านพร้อมไฟ | 14,000 บาท |
| ตกแต่งและของประดับ | 10,000 บาท |
| สำรองสำหรับงานที่งอก | 11,000 บาท |
ก้อนสำรองท้ายตารางคือส่วนที่คนมักตัดออกก่อน แต่งานรีโนเวทเกือบทุกงานมีเรื่องไม่คาดคิด เช่น เปิดฝ้าแล้วพบท่อรั่ว ถ้าไม่มีเงินสำรองก็ต้องไปดึงจากงบซื้อวัตถุดิบรอบแรก ซึ่งอันตรายกว่า
กันงบบานปลายด้วยกฎสามข้อ
- เขียนรายการงานให้ครบก่อนเรียกช่างมาเสนอราคา และขอราคาแยกรายการ ไม่เอาราคาเหมารวมก้อนเดียว
- ตกลงเรื่องการเปลี่ยนแบบเป็นลายเซ็นทุกครั้ง ไม่ตกลงปากเปล่าหน้างาน
- กำหนดวันเปิดร้านเผื่อจากวันที่ช่างสัญญาไว้อย่างน้อยสองสัปดาห์ เพราะค่าเช่าเดินทุกวันแม้ร้านยังไม่เปิด
เผื่อที่ให้ระบบหน้าร้านด้วย
หลายร้านตกแต่งเสร็จสวยแล้วเพิ่งนึกได้ว่าไม่มีปลั๊กที่เคาน์เตอร์ หรือไม่มีที่วางจอสำหรับครัว ถ้าวางแผนใช้ระบบอย่าง F00d ควรเผื่อไว้ตั้งแต่ตอนเดินสาย คือปลั๊กและที่ยึดแท็บเล็ตตรงจุดแคชเชียร์ จออีกตัวหันออกให้ลูกค้าเห็นรายการและยอดที่ต้องจ่าย จอสำหรับครัวที่แสดงออเดอร์เป็นคอลัมน์ตามสถานะและมีเสียงเตือนเมื่อมีออเดอร์ใหม่ และถ้าร้านมีจุดเสิร์ฟแยก ก็เผื่อจอที่แจ้งพนักงานเสิร์ฟเมื่ออาหารพร้อม รวมทั้งสัญญาณเน็ตที่ครอบถึงโต๊ะทุกตัวเพื่อให้ลูกค้าสแกน QR สั่งได้ ของพวกนี้เพิ่มทีหลังได้ แต่ราคาการเดินสายซ่อมหลังปิดฝ้าแพงกว่าหลายเท่า
สรุป
งบตกแต่งควรไหลจากงานหลังผนัง ไปงานที่ช่วยขาย แล้วจบที่งานสวยงาม ไม่ใช่ทางกลับกัน เขียนรายการให้ครบ ขอราคาแยก กันเงินสำรองไว้จริง และเผื่อปลั๊กกับสัญญาณสำหรับระบบหน้าร้านตั้งแต่วันเดินสาย ร้านที่เปิดด้วยลำดับนี้จะดูเรียบง่ายกว่าที่ฝันไว้ในตอนแรก แต่ทำงานได้และมีเงินเหลือพอเดินต่อในเดือนที่ยังไม่มีลูกค้า


