บทความทั้งหมด
การตลาดและลูกค้า

ฟื้นยอดขายหลังเดือนที่เงียบ ทำอะไรก่อนหลัง

ฟื้นยอดขายหลังเดือนที่เงียบ ทำอะไรก่อนหลัง

ทุกร้านเคยเจอเดือนที่ยอดตกแบบอธิบายไม่ถูก บางทีเป็นฝน บางทีเป็นช่วงปลายเดือนที่คนไม่มีเงิน บางทีมีร้านใหม่เปิดหัวซอย สิ่งที่แยกร้านที่ฟื้นได้กับร้านที่ทรุดต่อไม่ใช่โชค แต่เป็นลำดับการลงมือหลังเห็นตัวเลขแย่ บทความนี้เรียงเป็นขั้น ๆ ให้ทำตามได้

ขั้นที่ 1 แยกให้ออกว่ายอดตกเพราะอะไร

อย่ารีบลดราคา ให้ดูก่อนว่าตัวเลขตัวไหนเปลี่ยน เพราะแต่ละสาเหตุแก้ต่างกัน

  • จำนวนบิลลดลง แต่ยอดต่อบิลเท่าเดิม แปลว่าลูกค้ามาน้อยลง เป็นปัญหาการดึงคนเข้าร้าน
  • จำนวนบิลเท่าเดิม แต่ยอดต่อบิลลดลง ลูกค้ายังมา แต่สั่งน้อยลงหรือเลี่ยงเมนูแพง เป็นปัญหาการขายเพิ่มและโครงสร้างราคา
  • ลดทั้งสองตัว มักเป็นปัจจัยภายนอก เช่น ฤดูกาล คู่แข่งใหม่ หรือถนนปิด
  • ยอดเท่าเดิมแต่กำไรลด ไม่ใช่ปัญหายอดขาย แต่เป็นต้นทุนวัตถุดิบหรือของเสีย

ให้เทียบเป็นช่วงเวลาเดียวกันด้วย เช่น วันธรรมดาเทียบวันธรรมดา เพราะจำนวนวันเสาร์อาทิตย์ในแต่ละเดือนไม่เท่ากัน

ขั้นที่ 2 ดูตัวเลขจริงแทนความรู้สึก

ก่อนตัดสินใจอะไร ควรเปิดตัวเลขสามชุดนี้ ใน F00d ดูได้จาก รายงานยอดขาย ที่เทียบรายวันและรายเดือนได้ รายงานเมนูขายดีและกำไรต่อเมนู ที่บอกว่าจานไหนหายไปจากบิล และ รายงานการยกเลิกรายการ ที่มีเหตุผลกำกับ ซึ่งบางครั้งเผยว่ายอดหายเพราะของหมดบ่อยหรือรอนานจนลูกค้ายกเลิก ถ้ามีหลายสาขาก็ดู รายงานรวมหลายสาขา ใน PREMIUM ว่าตกทุกสาขาหรือตกที่เดียว และถ้าต้องการวิเคราะห์ละเอียดก็ ส่งออก CSV ไปทำต่อได้

ขั้นที่ 3 คุมเงินสดเฉพาะหน้า

ระหว่างที่ยังฟื้นไม่ขึ้น อย่าให้เงินสดตึงจนตัดสินใจแบบจำเป็น

  • ลดปริมาณสั่งวัตถุดิบตามยอดจริง ไม่ใช่ตามเดือนที่ขายดี
  • พักเมนูที่ขายน้อยและใช้ของเฉพาะตัว ลดของเสียได้ทันที
  • ปรับตารางกะให้ตรงกับชั่วโมงที่ลูกค้าเข้าจริง ไม่ต้องลดคน แต่ย้ายเวลา
  • นับสต๊อกถี่ขึ้นเป็นสัปดาห์ละครั้งในช่วงนี้
  • เลื่อนการลงทุนที่ยังไม่จำเป็น เช่น ซื้ออุปกรณ์เพิ่ม ทำป้ายใหม่

เรื่องการปรับชั่วโมงทำงาน ค่าจ้าง หรือการเลิกจ้าง มีข้อกำหนดตามกฎหมายแรงงาน ควรตรวจกับสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนดำเนินการ

ขั้นที่ 4 ดึงลูกค้าเก่ากลับมาก่อนหาลูกค้าใหม่

การทำให้คนที่เคยมากลับมาถูกกว่าการหาคนใหม่มาก เพราะเขารู้จักร้านและรู้ทางมาแล้ว

  • ส่งข้อความหรือโพสต์ถึง สมาชิกที่ไม่ได้มานานเกิน 60 วัน พร้อมเหตุผลให้กลับมา เช่น เมนูใหม่หรือคูปองเล็ก ๆ
  • จัดโปรที่ผูกกับช่วงที่ร้านว่าง ไม่ใช่ลดทั้งวัน
  • อัปเดตหน้าร้านออนไลน์ เมนูใหม่ รูปใหม่ เวลาเปิดที่ถูกต้อง
  • ถามลูกค้าประจำตรง ๆ ว่าช่วงนี้มีอะไรเปลี่ยนไปไหม คำตอบมักตรงกว่าที่คิด

ขั้นที่ 5 แผนลงมือ 30 วัน

ช่วงสิ่งที่ทำ
วันที่ 1–3ดูรายงานยอดขาย เมนูขายดี และการยกเลิก หาสาเหตุหลักหนึ่งข้อ
วันที่ 4–7ปรับสั่งของ พักเมนูที่ขายน้อย จัดตารางกะใหม่
วันที่ 8–14ติดต่อลูกค้าเก่า ปล่อยโปรช่วงร้านว่าง อัปเดตข้อมูลร้านออนไลน์
วันที่ 15–21ปรับเมนู 2–3 จานที่กำไรบาง เพิ่มของขายพ่วง
วันที่ 22–30วัดผล เก็บสิ่งที่ได้ผล เลิกสิ่งที่ไม่ได้ผล

ตัวอย่างการตั้งเป้าให้วัดได้: ถ้าเดือนก่อนมี 900 บิล ยอดเฉลี่ย 130 บาท รวม 117,000 บาท เป้าเดือนนี้อาจตั้งเป็น 980 บิล และยอดเฉลี่ย 138 บาท ซึ่งเท่ากับ 135,240 บาท แยกเป้าเป็นสองตัวแบบนี้จะรู้ว่าอะไรได้ผลจริง แทนที่จะรู้แค่ว่ายอดรวมขึ้นหรือลง

สิ่งที่ไม่ควรทำตอนยอดตก

  • ลดราคาทั้งร้านแบบถาวร เพราะขึ้นกลับยากและลูกค้าจะรอแต่ราคาลด
  • ตัดวัตถุดิบให้ถูกลงจนรสชาติเปลี่ยน ลูกค้ารู้ทันเสมอ
  • ลดพนักงานจนบริการช้า แล้วยอดยิ่งตกลงอีก
  • เพิ่มเมนูใหม่จำนวนมากในคราวเดียว ครัวจะช้าและสต๊อกจะบวม

สรุป

เดือนที่เงียบไม่ได้หมายความว่าร้านไปไม่รอด สิ่งที่ต้องทำคือแยกให้ออกว่าจำนวนบิลหายหรือยอดต่อบิลหาย ใช้รายงานยืนยันแทนการเดา คุมเงินสดและของเสียเฉพาะหน้า แล้วดึงลูกค้าเก่ากลับมาก่อนลงทุนหาลูกค้าใหม่ ทำตามแผน 30 วันแล้ววัดผลเป็นตัวเลขสองตัวคือจำนวนบิลกับยอดต่อบิล จะเห็นชัดว่าสิ่งที่ทำไปได้ผลตรงไหน

ถ้ามีประโยชน์ แชร์ให้เพื่อนเจ้าของร้าน

LINEFacebookX

บทความที่เกี่ยวข้อง

การตลาดและลูกค้า

เมนูตามฤดูกาลและเทศกาล: สร้างความตื่นเต้นให้ลูกค้าโดยไม่ทำให้ครัววุ่น

เมนูพิเศษช่วงหน้าฝน เทศกาลกินเจ หรือสงกรานต์ ช่วยให้ลูกค้ามีเหตุผลกลับมาที่ร้าน บทความนี้พาวางแผนเมนูตามฤดูกาล คิดต้นทุน และวัดผลให้คุ้มค่า

การตลาดและลูกค้า

ทำเซ็ตมื้อกลางวันสำหรับคนทำงานออฟฟิศ: เร็ว คุ้ม และยังมีกำไร

คนทำงานมีเวลาพักเที่ยงจำกัดและงบต่อมื้อชัดเจน เซ็ตมื้อกลางวันที่ออกแบบดีช่วยให้ร้านขายได้เร็วขึ้นและยอดต่อบิลสูงขึ้น บทความนี้พาออกแบบเซ็ตตั้งแต่เมนูจนถึงราคา

การตลาดและลูกค้า

ทำการตลาดในละแวกร้าน: ใบปลิว ป้าย และพันธมิตรใกล้เคียง

ลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านอาหารมาจากรัศมีไม่กี่กิโลเมตร บทความนี้รวมวิธีทำการตลาดในละแวกที่ใช้เงินน้อย ตั้งแต่ป้ายหน้าร้าน ใบปลิว ไปจนถึงการจับมือกับร้านข้างเคียง