รับจัดเลี้ยงและออร์เดอร์บริษัท เริ่มต้นอย่างไรไม่ให้กระทบหน้าร้าน

งานจัดเลี้ยงและออร์เดอร์บริษัทน่าสนใจเพราะรู้ยอดล่วงหน้า รู้จำนวนคน และเก็บเงินเป็นก้อน ต่างจากหน้าร้านที่ต้องรอว่าวันนี้ลูกค้าจะมากี่คน แต่งานประเภทนี้ก็ทำให้หลายร้านเจ็บตัว เพราะรับงานใหญ่ในวันที่ร้านแน่นอยู่แล้ว หรือคิดราคาโดยไม่รวมค่าขนส่งและภาชนะ บทความนี้ช่วยวางระบบตั้งแต่ก่อนรับงานแรก
เริ่มจากงานที่ครัวทำได้ดีอยู่แล้ว
อย่าออกแบบเมนูจัดเลี้ยงขึ้นใหม่ทั้งชุด ให้เลือกจากเมนูที่ครัวทำซ้ำได้นิ่งและทนต่อการรอ เพราะอาหารจัดเลี้ยงต้องผ่านการขน การอุ่น และการตั้งไว้ระยะหนึ่งก่อนถูกกิน
เกณฑ์เลือกเมนู
- ทนเวลา แกง ผัดแห้ง ของตุ๋น ข้าวผัด มักรอได้ดีกว่าของทอดกรอบและสลัดที่ใส่น้ำสลัดแล้ว
- ทำเป็นล็อตได้ เมนูที่ทำหม้อใหญ่ทีเดียวได้รสเดิมเหมาะกว่าที่ต้องผัดทีละจาน
- ต้นทุนคาดการณ์ได้ หลีกเลี่ยงวัตถุดิบที่ราคาแกว่งแรงในเมนูที่ต้องเสนอราคาล่วงหน้าหลายสัปดาห์
- ขนง่าย ไม่หวือหวาเกินไปจนหน้าตาเสียตอนถึงที่หมาย
ออกแบบเป็นชุด อย่าให้เลือกได้ทุกอย่าง
ถ้าให้ลูกค้าจัดเมนูอิสระ ครัวจะวางแผนไม่ได้และคุณจะเสียเวลาตอบไลน์ไม่จบ ให้ทำเป็นชุดสองสามแบบพร้อมช่วงราคา แล้วให้สลับเมนูได้ในกรอบที่กำหนด
| ชุด | ประกอบด้วย | ราคาต่อหัว (บาท) | จำนวนขั้นต่ำ |
|---|---|---|---|
| ชุดกลางวันพนักงาน | ข้าว 1 กับ 2 ผลไม้ | 120 | 20 คน |
| ชุดประชุม | ข้าว 1 กับ 3 ของหวาน น้ำดื่ม | 180 | 20 คน |
| ชุดเลี้ยงรับรอง | ของว่าง 2 อาหารหลัก 4 ของหวาน ผลไม้ | 320 | 30 คน |
มีชุดให้เลือกชัดเจนทำให้เสนอราคาได้ในหนึ่งข้อความ ลูกค้าตัดสินใจเร็วขึ้น และครัวเตรียมของได้แม่นขึ้น
ตั้งราคาให้ครบทุกต้นทุน
ต้นทุนงานจัดเลี้ยงไม่ใช่แค่ค่าวัตถุดิบ ลองคิดตัวอย่างงานกลางวัน 40 คน ชุดละ 120 บาท ยอดขาย 4,800 บาท (ตัวเลขสมมติ)
- ค่าวัตถุดิบ ประมาณ 35% ของยอด = 1,680 บาท
- ภาชนะ กล่อง ช้อนพลาสติก ถุง ประมาณ 12 บาทต่อหัว = 480 บาท
- ค่าขนส่งและคนไปส่ง 2 คน ครึ่งวัน = 700 บาท
- ค่าแรงครัวส่วนเพิ่มเพื่อเตรียมงานนี้ = 600 บาท
- รวมต้นทุนตรง = 3,460 บาท เหลือ 1,340 บาท ก่อนค่าใช้จ่ายคงที่ของร้าน
ถ้าเหลือน้อยกว่าที่รับได้ ให้ขยับราคาต่อหัว ตั้งจำนวนขั้นต่ำสูงขึ้น หรือคิดค่าจัดส่งแยก อย่าลดคุณภาพเพื่อรักษาราคาที่ตั้งผิดมาตั้งแต่ต้น
เงื่อนไขที่ต้องเขียนไว้ทุกครั้ง
ความเข้าใจไม่ตรงกันเรื่องเงื่อนไขคือสาเหตุของปัญหาเกือบทั้งหมดในงานจัดเลี้ยง เขียนเป็นข้อความสั้น ๆ ส่งให้ลูกค้ายืนยันก่อนเริ่มเตรียมงาน
- มัดจำ เช่น ครึ่งหนึ่งเมื่อยืนยันงาน ส่วนที่เหลือก่อนหรือวันส่งมอบ
- กำหนดยืนยันจำนวนคน เช่น ยืนยันจำนวนสุดท้ายก่อนงาน 2 วัน หลังจากนั้นคิดตามจำนวนที่ยืนยัน
- เงื่อนไขการยกเลิก ระบุให้ชัดว่ายกเลิกก่อนกี่วันได้เงินมัดจำคืนเท่าไร
- สิ่งที่รวมและไม่รวม ภาชนะ โต๊ะ ผ้าปู อุปกรณ์อุ่นอาหาร พนักงานเสิร์ฟ ค่าขนส่งตามระยะทาง
- เวลาส่งมอบและจุดส่ง ระบุชั้น อาคาร และชื่อผู้ติดต่อหน้างาน
- เอกสาร ลูกค้าบริษัทมักขอใบเสนอราคาและใบกำกับภาษี ให้ตรวจกับนักบัญชีของคุณว่าร้านต้องออกเอกสารแบบไหน
จัดคิวครัวไม่ให้ชนกับหน้าร้าน
ตั้งกฎภายในไว้ล่วงหน้าช่วยได้มาก เช่น รับงานจัดเลี้ยงไม่เกินหนึ่งงานต่อวัน ไม่ให้เวลาส่งมอบอยู่ในช่วงพีคของร้าน และกำหนดจำนวนคนสูงสุดที่ครัวรับได้จริงในวันเดียว เตรียมของล่วงหน้าหนึ่งวันสำหรับส่วนที่เตรียมได้ และเขียนแผนเวลาย้อนจากเวลาส่งมอบ เช่น ส่ง 11:30 ออกจากร้าน 11:00 ปิดหม้อ 10:30
รับออร์เดอร์ล่วงหน้าและเก็บเงินได้ก่อน
ใน F00d ลูกค้าองค์กรสามารถ สั่งออนไลน์แบบจ่ายก่อนพร้อมแนบสลิป ทำให้คุณยืนยันการชำระได้ก่อนเริ่มเตรียมของ ฝั่ง แคชเชียร์ รองรับทั้งโอน PromptPay QR บัตร และเงินสด พร้อม ค่าบริการและ VAT ที่ตั้งไว้ในระบบ ส่วนงานส่งใช้ ระบบเดลิเวอรีที่มีหน้าจอสำหรับคนส่ง ได้ และเมื่อจบเดือนก็ดู รายงานยอดขายและกำไรต่อรายการ เพื่อเทียบว่างานจัดเลี้ยงให้กำไรดีกว่าหรือแย่กว่าหน้าร้าน
หาลูกค้ากลุ่มนี้จากที่ไหน
- สำนักงานและโรงงานในรัศมีใกล้ร้าน เดินไปคุยกับฝ่ายธุรการโดยตรงพร้อมเมนูชุดหนึ่งแผ่น
- ลูกค้าประจำที่ทำงานบริษัทใกล้ ๆ บอกเขาว่าร้านรับงานประชุมได้
- หน้าร้านของตัวเองที่ f00d.app/r/ชื่อร้าน ใส่หัวข้อ "รับจัดเลี้ยง" พร้อมช่วงราคา และลงอัลบั้มภาพงานที่เคยจัดให้ลูกค้าใหม่เห็นผลงาน
สรุป
งานจัดเลี้ยงและออร์เดอร์บริษัทเป็นรายได้ที่คาดการณ์ได้ ถ้าคุณเลือกเมนูที่ครัวทำได้นิ่ง ทำเป็นชุดพร้อมราคาต่อหัวและจำนวนขั้นต่ำ คิดต้นทุนให้ครบทั้งภาชนะและค่าส่ง เขียนเงื่อนไขมัดจำและการยืนยันจำนวนไว้ล่วงหน้า และวางคิวครัวไม่ให้ชนช่วงพีค เริ่มจากงานเล็กหนึ่งงานเพื่อเก็บบทเรียน แล้วค่อยขยายเมื่อระบบนิ่งแล้ว


